จุฬาราชมนตรี (Shiekhul Islam) เป็นตำแหน่งผู้นำสูงสุดทางด้านการบริหารกิจการมุสลิมในประเทศไทย และเป็นที่ปรึกษาทางราชการเกี่ยวกับกิจการมุสลิมทั้งปวง ฉะนั้น ตำแหน่งดังกล่าวมีความสำคัญในฐานะเป็นประมุขของศาสนาอิสลาม ซึ่งมีบทบาททางด้านสังคม การเมือง รวมไปถึงผู้นำศาสนา ดังนั้นจุฬาราชมนตรีจึงเป็นตำแหน่งของผู้ที่มีความรอบรู้ทางศาสนาอิสลาม และได้รับความไว้วางใจจากชาวมุสลิมในประเทศไทย
ประเทศไทยมีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามสำคัญ 4 ฉบับ คือ (1) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พ.ศ. 2488 (2) พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 (3) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสาสนูปถัมป์ฝ่ายอิสลาม (ฉะบับที่ 2) พ.ศ. 2491 และ พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540
หลังพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ 4 ประการ คือ (1) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อทางราชการเกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลาม (2) แต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม (3) ออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันสำคัญทางศาสนา และ (4) ออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งอิสลาม
จากผลการศึกษาพบว่า จุฬาราชมนตรีภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 มีบทบาทด้วยกัน 3 มิติ คือ (1) บทบาททางสังคม (2) บทบาททางวัฒนธรรมและ (3) บทบาททางการเมือง ซึ่งบทบาททางการเมืองเป็นประเด็นหลักที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการวางตัวเป็นกลาง และอาจเป็นการกระทำที่นอกเหนือไปจากบทบัญญัติที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว
นูรียะ ยูโซะ
